[เว็บบอร์ด] [ตอบกระทู้]  
 เรื่อง
ขอแสดงความเห็นเรื่องกฏระเบียบหอพัก
 รายละเอียด
ตามที่ท่านกำลังจะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับหอพักนั้น ผมมีเรื่องที่จะขอเรียนถามท่านผู้เกี่ยวข้องหลายเรื่อง แต่ก่อนอื่นผมขอเล่าเรื่องให้ฟังก่อนว่าผมเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่ง มีห้องประมาณ 80 ห้องอัตราค่าเช่า 4,000 – 5,500 บาท ผมไม่ได้รับนักศึกษาเข้าพักโดยตรง แต่จะมีอยู่ประมาณ 35 ห้องที่ผู้เช่าเป็นพี่สาว พี่ชาย น้า หรือ อา แล้วนำญาติมาพักด้วยซึ่งญาติอาจจะเป็นน้องสาว น้องชาย หรือหลาน เข้ามาพักด้วยและส่วนใหญ่ก็จะเรียนหนังสืออยู่ในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัย ซึ่งจะไปเข้ากฎระเบียบที่ว่าถ้ามีนักศึกษาพักอยู่ตั้งแต่ 5 คนขึ้นก็จะต้องมาจดเป็นหอพัก และเมื่อจดเป็นหอพักแล้วก็จะต้องเลือกเป็นหอหญิง หรือหอชาย ถ้าจดหอหญิงผู้ชายก็อยู่ไม่ได้ ถ้าจดหอชายผู้หญิงก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่จดก็ต้องให้ 35 ห้องนี้ออกหมดเพราะมิเช่นนั้นก็จะผิดกฎหมาย ผมมีคำถามขอถามผู้เกี่ยวข้องดังนี้
1. ในฐานะที่ท่านเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ ท่านเห็นว่ากฎนี้มีความเหมาะสมและปฏิบัติได้หรือไม่ เพราะการนับ 5 คนของท่านนั้น ถ้าเด็กไม่อยู่กับบิดามารดาท่านนับรวมหมด ถ้านับอย่างนี้ผมว่าอพาร์ทเม้นต์เกินร้อยละ 95 ผิดหมด เพราะผมเองไม่ได้มีเจตนาจะรับเด็กนักศึกษาแต่ยังต้องมีในอพาร์ทเม้นต์เกิน 5 คน เพราะเหตุดังกล่าวข้างต้น
2. ถ้าท่านบังคับใช้กฎหมายจริง ถามว่า คน 35 ห้องจะไปอยู่กันที่ไหน ซึ่งทั้งประเทศไทยคงไม่ได้มี 35 ห้องที่เป็นลักษณะอย่างนี้แน่นอน ผมว่าในกรุงเทพก็มีเกินหมื่นแล้ว อยากเรียนท่านว่าปัจจุบันนี้คนชานเมืองกรุงเทพก็เข้ามาเช่าพักในอพาร์ทเม้นต์เยอะขึ้น ตัวอย่างเช่น พี่สาวอายุ 28 ปี ทำงานอยู่ในเมืองบ้านอยู่บางบัวทอง ทุกวันตื่นตีห้าใช้เวลาวันละ 4 ชั่วโมงในรถตู้ ค่ารถตู้ต่อวัน 60 บาทไม่นับค่ารถโดยสารในเมือง พี่สาวมีน้องชายอีก 1 คนและน้องสาวอีก 1 คน ซึ่งต้องเข้าเรียนในเมือง ซึ่งก็ต้องเสียค่ารถเหมือนกัน พี่สาวก็เลยเช่าอพาร์ทเม้นต์อยู่เดือนละ 5,000 บาท และก็นำน้องสองคนมาอยู่ด้วยโดยไม่ต้องไปกลับบ้านทุกวันเพราะค่ารถอย่างเดียวก็จ่ายค่าอพาร์ทเม้นต์ได้แล้ว ส่วนคนต่างจังหวัดไม่ต้องผู้ถึงเพราะอยู่ในกรุงเทพเยอะมากและส่วนใหญ่ก็อยู่กับญาติพี่น้องทั้งสิ้น ถ้าท่านบังคับใช้กฎหมาย พี่สาวกับน้องสาวก็คงต้องไปอยู่หอพักสตรี ส่วนน้องชายก็ต้องไปอยู่หอพักชาย ถามว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่หอพักคงไม่มีใครต้อนรับแน่นอนเพราะน้องสองคนอาจจะทำให้ต้องไปจดเป็นหอพักก็ได้
3. วันที่ 23 ธันวาคม 2550 เราก็จะได้ไปเลือกตั้งแล้ว เมื่อก่อนต้องอายุ 20 ปีถึงจะหย่อนบัตรได้ เดี๋ยวนี้แค่ 18 ปี ก็ตัดสินเลือกอนาคตชาติได้ ผมเข้าใจว่าตอนออกกฎหมายผู้ออกคงคิดว่าอายุ 18 ปีคงเป็นผู้ใหญ่พอถึงให้มาตัดสินชะตาประเทศได้ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 19 ให้ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าเธคเข้าผับอายุต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่ระเบียบของท่านกำหนดอายุ 25 ปี ผมเห็นว่า ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะไปแก้กฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้หมด เพราะถ้าอายุ 23 ปี เรียนอยู่ปี 4 ยังต้องเข้ากฎ 5 คนของท่าน ซึ่งไม่ทราบว่ากฎของท่านหนักเกินไปหรือเปล่าครับ
4. เปรียบเทียบกับประเทศต่างๆทั่วโลก มีประเทศไหนใช้กฎหมายอย่างนี้บ้างครับ
สุดท้ายผมเห็นด้วยกับเจตนาดีขอท่านที่จะป้องกันเด็กและเยาวชนให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ แต่อยากจะให้คำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาวะความเป็นจริงในสังคมด้วย การที่ห้ามเด็กอยู่กันเองนั้นผมเห็นด้วยว่าถูกต้อง แต่อยู่กับพี่หรือญาติที่อายุเกิน 25 ปีมีงานทำแล้วก็ยังไม่ได้ต้องบังคับให้ไปจดทะเบียนเป็นหอพัก ผมไม่เห็นด้วย เพราะประเด็นที่ท่านห่วงคือเด็กจะมามั่วกันในห้อง แต่พี่น้องอยู่ด้วยกัน 3 คน โดยพี่อายุเกิน 25 ปีและมีงานการทำ ก็น่าจะนับให้พี่เป็นผู้ปกครองได้ เพราะการบังคับใช้กฏหมายนั้นควรจะคำนึงถึงการปฏิบัติด้วยว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ทราบกฎหมายนี้มีมาหลายสิบปีแล้วแต่ยังไม่ได้บังคับใช้จริง ซึ่งสภาวะเมื่อ 40 ปีที่แล้วกับปัจจุบันแตกต่างกันมาก

ขอแสดงความนับถือ
 โดย
กำจาย | เมื่อวันที่ 13 Dec 2007 | IP Address 203.144.232.90   แจ้งลบ


คำตอบที่ 1     โดย PATTY 14 Dec 2007 61.19.130.82 แจ้งลบ  
ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะค่ะ ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของแมนชั่น มีห้องพักเพียง 32 ห้อง ดิฉันคิดว่าการที่มาออกกฎระเบียบข้อบังคับว่า ต้องมาจดทะเบียนเป็นหอพัก และเมื่อจดเป็นหอพักแล้วก็จะต้องเลือกเป็นหอหญิง หรือหอชาย เท่านั้น ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย จึงได้โทรสอบถามกับเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่า ถ้ามีเด็กนักเรียนอยู่ก็ต้องอยู่กับพ่อแม่เท่านั้น หรือถ้าไม่มาขึ้นทะเบียน ก็ให้ไล่เด็กนักเรียนออกจากหอพัก ให้รับแต่คนทำงานเท่านั้น ซึ่งเมื่อก่อนตอนเปิดใหม่ๆ แมนชั่นดิฉันเปิดเป็น หอหญิง แต่เปิดได้เพียง 4 เดือน เท่านั้น ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นหอรวม เพราะว่ามีคนเช่าอยู่เพียง 3 ห้องเท่านั้น ทำเลของแมนชั่น ถือว่าทำเลก็โอเคเข้าซอยมาแค่ 200 เมตร แต่ไม่ได้อยู่ติดในแหล่งมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ มากนัก สภาพความเป็นจริงในปัจจุบันเราไม่สามารถที่จะทำแยกชายหญิงได้ เพราะว่าการที่มีลูกค้ามาเช่าอยู่ ทุกคนล้วนมีญาติพี่น้องที่เป็น หญิงชาย ด้วยกันทั้งนั้น การที่มาออกกฎระเบียบว่าจะช่วยแก้ไขปัญหา มั่วสุม มั่วเซ็กส์ มั่วสุรา ยาเสพติด ดิฉันคิดว่าก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หลอกค่ะ มองยังงัยก็ไม่เห็นว่าจะช่วยได้ ก็รู้กันอยู่นิสัยคนไทยตื่นตูมเป็นพักๆ
โดยปกติแล้วแต่ละครั้งที่มีผู้มาเข้าพักดิฉันค่อนข้างจะเลือกผู้พักอาศัยนิดหนึ่ง จะถามรายละเอียดของผู้เข้าพักว่าพักกี่คน แล้วผู้ชายหรือผู้หญิงที่จะอยู่ประจำ เพราะว่าที่ผ่านมาพวกนักศึกษาวัยรุ่นที่มาเข้าพักจะก่อความวุ่นวาย โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้ชายจะกินเหล้าเสียงดัง เอะอะโวยวาย ซึ่งยากต่อการควบคุมดูแล ส่วนใหญ่แล้วดิฉันจะรับแต่คนทำงาน จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร หรือไม่ก็เป็นแฟนที่อยู่ด้วยกัน หรือถ้าห้องไหนมีปัญหามากนักก็จะเชิญให้ออกไป และคืนเงินประกันให้ด้วย ดิฉันคิดว่า การที่เจ้าของหอพักช่วยกันสอดส่องดูแลเอาใจใส่ผู้เข้าพัก คือถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือคิดว่าเค้ากำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่เราก็ควรช่วยกันตรวจสอบห้องพักได้ หรืออาจจะแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจตราอีกทางหนึ่งก็น่าจะโอเคแล้วนะค่ะ


คำตอบที่ 2     โดย พุดน้ำบุศย์ 16 Dec 2007 125.24.244.133 แจ้งลบ  
เห็นด้วยกับการจัดระเบียบ หอพัก แต่ขณะนี้ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้เกิดแต่เพียงตามหอพักเท่านั้น ส่วนใหญ่ตามต่างจังหวัด เด็กวัยรุ่นจะไม่นิยมอยู่อาศัยต่างหอพักแล้ว แต่จะใช้วิธีเช่าบ้านอาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหามั่วสุม เสพยา มั่วเพศ เนื่องจากไม่มีกฎควบคุม ซึ่งทำให้ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงเกิดความเดือดร้อนมากมาย จึงขอให้ทางกระทรวงฯ พิจารณาออกกฎเกี่ยวกับบ้านเช่าด้วยก็คงจะเป็ฯการดี


คำตอบที่ 3     โดย บูรพา 17 Dec 2007 58.8.66.115 แจ้งลบ  
ขอแสดงความเห็นด้วยคนนะครับ พอดีว่าผมทำอพาร์ทเมนต์ มีห้องอยู่ประมาณ 35 ห้อง ซึ่งเป็นแหล่งใกล้สถานศึกษา และเมื่อก่อนมีนักศึกษามาพักเยอะมาก ประมาณ 20 ห้อง และตั้งแต่มีกฏเรื่องนี้ออกมา ผมต้องเรียกนักศึกษามาคุย และเชิญออกไปหลายห้อง เนื่องจากเป็นการเช่าอยู่เฉพาะนักศึกษาเท่านั้น ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 7-8 ห้อง ซึ่งบางห้อง มีผู้ปกครอง(พ่อ/แม่) มาเช่าพักอยู่กับลูกซึ่งเป็นนักเรียน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่บางห้องเป็นพี่น้องซึ่งมาพักด้วยกันโดยที่พี่อายุเกินแล้ว แต่น้องยังเป็นนักศึกษาอยู่ ก็เลยไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี จะให้อยู่ได้หรือไม่ แต่ที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือ พี่น้องที่เป็นนักศึกษาอยู่ทั้งคู่ โดยพี่สาว กับน้องชายพักอยู่ด้วยกัน ซึ่งวันที่มาเช่า พ่อแม่เด็ก ก็มาคุยกับผมว่าฝากให้ช่วยดูแลลูกเค้าด้วย ถ้ามีอะไรไม่เหมาะสม ก็ให้โทรแจ้งได้ ซึ่งพ่อแม่เค้าก็วางใจที่พี่น้องพักด้วยกัน และพี่สาวจะได้ดูแลน้องที่เพิ่งมาจากต่างจ.ว. เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ แล้วอย่างนี้ ถ้าปฏิบัติตามกฎที่ว่า เด็กทั้ง2 คนก็ต้องไปหาหอพักใหม่ โดยน้องชายก็ต้องไปหาหอพักชาย ส่วนพี่สาวก็ต้องไปหาหอพักหญิง อย่างนี้ผมว่าแย่กว่าเดิมอีก และที่สำคัญ พ่อแม่เด็กก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ตอนนี้ผมก็ให้เวลาเด็กไปหาที่อยู่ใหม่แล้ว ก็เห็นใจเหมือนกันแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี พ่อแม่เด็กก็โทรมาบ่นกับผม เพราะอยากให้ลูกพักด้วยกันไม่อยากให้แยกกันเพราะเป็นห่วง ก็ไม่รู้ว่ากฏที่ออกมานั้นมันจะช่วยอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ไม่อยากให้เป็นการพยายามแก้ปัญหานึง แต่เกิดปัญหาใหม่ๆตามมาอีก


คำตอบที่ 4     โดย มินนี่ 18 Dec 2007 58.9.18.249 แจ้งลบ  
ไม่เห็นด้วยค่ะ เป็นผู้ประกอบการเหมือนกันมีห้องพักประมาณ 50 ห้อง แล้วคุณออกกฏหมายแบบนี้มันเหมือนแก้ไม่จุด ทำไมไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ การมั่วสุมไม่ได้เกิดที่ห้องพักเท่านั้น ตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ เด็กที่ดีๆตั้งใจเรียนก็มีเยอะนะคะ แล้วอย่างนี้จะให้ไล่ผู้เช่าออกให้หมดเลยเหรอคะ บางคนพี่ทำงานน้องเรียนหนังสืออย่างน้ ถ้าให้ออก 1 คน ก็เป็นการเพิ่มภาระให้กับทางบ้านเค้า ต้องมานั่งเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม การที่เราจะรับคนเข้าพัก เชื่อว่าเจ้าของสถานที่ทุกคนก็ต้องเลือกคนดีๆ ไม่สร้างปัญหาให้เราอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากได้วัยรุ่น มั่วยา เอะอะเสียงดัง เราก็สกีนอยู่แล้ว ใครจะอยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีในสถานที่ของเราถูกต้องมั้ยคะควรพิจารณาอีกรอบค่ะ


คำตอบที่ 5     โดย ผู้ประกอบการ 18 Dec 2007 221.128.122.67 แจ้งลบ  
ผมเห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขปัญหา ผมเป็นผู้ประกอบการก็ยอมรับแนวทางนี้ แต่ถ้าเกิดปัญหาอะไรกับครอบครัวของผม เนื่องจากมีผลกระทบต่อรายได้ ผมถามท่านสักนิด มีแนวทางแก้ไขปัญหาให้หรือเปล่า หรือ เพียงคิดจะแก้ปัญหาเยาวชน โดยแ้ก้ที่คนอื่น ไม่แก้ไขที่ตัวเด็ก อาจารย์ที่สั่งสอนโดยตรงยังแก้ไขไม่ได้เลย แล้วทำไมถึงมาให้ผู้ประกอบการที่เสียภาษีต้องมารับภาระแบบนี้ ตาม พ.ร.บ.ที่ท่านว่ามานั้น หมายถึง หอพัก ไม่ใช่หรือ ไม่ใช่จะมาบีบ ในธุรกิจอื่นแปลงสภาพเป็นหอพัก เหมือนกันหมด ผมว่าถ้าท่านออกกฎหมายเกี่ยวกับตัวเยาวชนโดยตรงจะดีกว่าหรือเปล่า แต่ผมว่าท่านไม่คิดที่จะทำอย่างนั้นเพราะเห็นว่า ท่านกลัวไปละเมินสิทธิมนุษย์ชน เลยออกระเบียบมาแบบนี้ ผมต้องการแนวทางที่ชัดเจนในการช่วยแก้ไขปัญหา เพราะเนื่องจากใน พ.ร.บ. และ กฎกระทรวง ไม่ได้ระบุไว้ว่าทำได้ เวลามีเจ้าหน้าที่มาตรวจ ถึงแม้ไม่ระบุไว้อย่างชัดเจนจนกลายเป็นของวิจารณยานของผู้ตรวจ จะมีการไม่เที่ยงธรรมเกิดขึ้นในสังคม ผมจึงขอให้ท่านกำหนดแนวทางที่ชัดเจนว่าสิ่งไหนไม่เข้าเกณฑ์อย่างชัดเจนกว่านี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามอย่างสบายใจ เพราะเนื่องจากในการเลือกผู้เข้าพัีกผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต้องรับผิดชอบอยู่แล้วชัดเจน


คำตอบที่ 6     โดย ผู้ประกอบการที่รู้กฎหมาย 18 Dec 2007 58.8.236.230 แจ้งลบ  
มันจะบ้าหรอครับ

พรบ ออกตั้งแต่ ปี 2507 เกือบจะ50ปีแล้ว

เพิ่งจะมาบังคับใช้กัน
กฎหมายมันไม่สมเหตุสมผลเลย

ถ้าแยกชาย-หญิงจริง คือจัดตั้งหอพักโดย
หอพักมี2ประเภทตามที่ พรบ ดังกล่าว
จะส่งผลต่อธุรกิจหอพักทั่วประเทศ

แถมยังเป็นการส่งเสริมให้มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่
เพื่อให้หอพักของตนถูกต้องตาม กฎหมาย

คิดดีๆหน่อย ก่อนที่จะมาบังคับใช้หรืออะไรตอนนี้
อย่างน้อยก็ควรแก้ไข พรบ ก่อน
50ปีที่แล้วกับ50ปีนี้ไม่เหมือนกัน

ไม่อย่างงั้น คุณต้องมานั่งตามแก้ปัญหาหอพัก
ตามมหาวิทยาลัยต่างๆเป็นพันๆแห่งแน่นอน


คำตอบที่ 7     โดย ผู้เดือนร้อน 19 Dec 2007 58.9.198.101 แจ้งลบ  
เห็นด้วยกับการจัดระเบียบหอพักหรืออพาร์ทเม้นต์ แต่ต้องให้มีความเหมาะสมและทำได้จริงด้วย ไม่ใช่เอากฎหมายเมื่อ 50 ปีที่แล้วมาบังคับใช้ อย่างแรกที่ควรแก้ไข คือพี่น้องอยู่ด้วยกันและมีหลักฐานว่าเป็นพี่น้องกันจริงซึ่งพี่ก็มีการมีงานทำและพี่อายุเกิน 25 ปีแล้ว หรืออายุคนเข้าพักน่าจะกำหนดไว้ที่ 20 ปีบริบูรณ์ ไม่ใช่ 25 ปี และจำนวนเด็ก 5 คน ผมเข้าใจว่าตอนที่ออกกฎหมายนี้ มหาวิทยาลัยในประเทศไทยอาจจะมี 3 - 4 แห่ง ทั้งประเทศ หอพักส่วนใหญ่ในตอนนั้นแห่งหนึ่งก็คงจะประมาณ 20 ห้อง ถึงได้กำหนดจำนวนเด็กไว้ที่ 5 คน สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนมาก ถ้าจะมากำหนดจำนวนไว้ที่ 5 คนก็คงจะผิดกันเป็นพันๆแห่ง
ผมเสนอว่าถ้าห่วงนักศึกษาจริงๆ น่าจะเริ่มจับร้านเหล้าที่เปิดข้างสถานศึกษาจะดีกว่า เพราะเป็นแหล่งซ่องสุมที่แท้จริง ถ้ามีเด็กมากินเหล้าแล้วเปิดปาร์ตี้กันในอพาร์ทเม้นต์นั้นไม่ต้องกลัวหรอกครับ เพราะคนที่เดือดร้อนคนแรกก็คือเจ้าของอพาร์ทเมนต์ เพราะถ้าเจ้าของไม่ทำอะไรเดี๋ยวก็เจ๊ง เพราะห้องอื่นๆออกหมด


คำตอบที่ 8     โดย ประชาชน 20 Dec 2007 58.8.83.140 แจ้งลบ  
ถ้าคุณคิดจะใช้กฏหมายนี้ ทำไมไม่ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันล่ะครับ ทำไมถึงเอากฏหมายเมื่อ 40 ปีที่แล้วมาบังคับใช้
คงเป็นเพราะความคิดแคบๆและการปัญหาไม่ตรงจุด เลยทำให้เยาวชนมีคุณภาพต่ำ แทนที่จะเอาแต่ป้องกันน่าจะแก้ไขที่ความคิดและจิตสำนึกของเยาวชน
คนที่บังคับใช้กฎหมายเคยเป็นวัยรุ่นหรือเปล่า วัยรุ่นอารมณ์รุนแรง ในสภาพความเป็นจริงถ้าเด็กวัยรุ่นคิดจะมั่วเซ็กส์ มั่วยา เคยเลือกสถานที่ไหม ในรถก็ทำได้ ในโรงหนังก็มี
ถ้าบังคับใช้เมื่อไหร่ พวกเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจสอบ รอรับสินบนกันได้เลย แล้วแบ่งกันให้พอดีล่ะ เดี๋ยวจะทะเลาะกันอีก


คำตอบที่ 9     โดย ผู้ประกอบการที่เสียภาษี 20 Dec 2007 124.121.11.25 แจ้งลบ  
เป็นเจ้าของอาพาร์ตเมนท์เหมือนกันค่ะ ปัญหาเหมือนกับ
บรรดาผู้ร่วมออกความเห็นแทบจะทุกท่านเลย การออก
กฏหมายก็ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่สังคมปัจจุบันเป็นด้วยนะคะ อยากขอให้ผู้ประสบปัญหาดังกล่าวเหมือนๆกัน
ร่วมกันเรียกร้องให้ศาลปกครองพิจารณาเกี่ยวกับกรณีนี้ด้วย เพื่อความเป็นธรรมของสังคมโดยแท้จริง
อยากให้ผุ้ประกอบการอาพาร์ตเมนท์ หอพัก แมนชั่นใดๆ
ก็ตามทุกท่าน ทิ้งอีเมล์ติดต่อไว้ให้ด้วยนะคะ
เราจะทำการเดินเรื่องนี้ไปยังศาลปกครองให้ท่านช่วยพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษี
ให้กับรัฐบาลปีๆหนึ่งมิใช่น้อย เราก็ควรมีสิทธิมีเสียงใน
การใช้กฏหมายเช่นกัน และจะนำความเห็นของทุกท่าน
ที่นี่ไปโพสต์ในเวบบอร์ดที่เป็นสาธารณะเพื่อขอความคิด
เห็นของประชาชนส่วนใหญ่เพื่อนำไปให้ศาลปกครอง
พิจารณาด้วย เช่นเดียวกัน


คำตอบที่ 10     โดย เด็กดีๆปี2 26 Dec 2007 202.28.27.6 แจ้งลบ  
กำลังหาหออยู่เหมือนกันนะ ไม่ดีเลยให้แยกหอ ชาย หญิง หาหอยาก และ เปลืองตังค์ด้วย


คำตอบที่ 11     โดย เด็กดีๆปี2 26 Dec 2007 202.28.27.6 แจ้งลบ  
กำลังหาหออยู่เหมือนกันนะ ไม่ดีเลยให้แยกหอ ชาย หญิง หาหอยาก และ เปลืองตังค์ด้วย


คำตอบที่ 12     โดย กำจาย 27 Dec 2007 203.144.232.90 แจ้งลบ  
ตอนนี้เริ่มได้รับผลกระทบแล้วครับ เดือนนี้มีคนออกไป 6 ห้อง รับกลับมาได้ 2 ห้อง ปฏิเสธไป 7 รายเพราะเป็นนักศึกษา น้องนักศึกษาบางรายก็ถามว่าหนูอยู่กับพี่สาวแล้วพี่หนูก็อายุ 30 แล้ว ผมก็บอกว่าผมก็อยากให้มาอยู่ แต่รับไม่ได้เพราะกฎของสท. ทราบมาว่าบางที่มีเจ้าหน้าที่สท.เข้าไปตรวจสอบแล้ว อันนี้ไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่คนที่เล่าให้ฟังเขามีอพาร์ทเม้นต์แถวสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็กำลังอ่วมเหมือนกัน เพราะทยอยลดจำนวนนักศึกษา ของเขามี 65 ห้องตอนนี้ว่างไป 10 ห้องแล้ว และถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆคงจะเจ๊งในไม่ช้า ปีหน้าถ้าบังคับใช้จริง ผู้ประกอบการคงต้องรวมตัวกันฟ้องศาลปกครองแล้วครับ


คำตอบที่ 13     โดย เจ้าของหอ 29 Dec 2007 124.121.10.134 แจ้งลบ  
อยากทราบว่าในกรณีที่หอพักแถวนั้นอยู่ในบริเวณที่มี
นักศึกษาชายมากกว่านักศึกษาหญิง คือนศหญิงมีประมาณ 10 เปอเซ็นต์ของนักศึกษาชาย จะทำอย่างไรดี
เมื่อมีกฏนี้ขึ้นมาแล้ว ทุกหอพักประกาศตัวเป็นหอพักชายหมด แล้วนศ หญิงจะไปอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ไปอยู่บ้าน
เช่า อันตรายกว่าอยู่หอพักไหม???เคยคิดถึงปัญหาเรื่องนี้
หรือไม่? แล้วการที่นศ หญิงไม่มีที่พัก เพราะทุกหอพัก
ต้องการนศ ชายมากกว่า ไปเช่าบ้านอยู่รวมกัน แล้วเกิด
ปัญหามั่วสุม เกิดโดนข่มขืนเพราะไม่มีมาตรการป้องกัน
เหมือนหอพัก ไม่มียามรักษาการณ์ ต้องดูแลตัวเอง
ถึงตอนนั้นเกิดปัญหาขึ้น ทางกระทรวงคิดไว้ว่าจะตอบพ่อ
แม่ของเด็กสาวเหล่านั้นว่าอย่างไรดี??
อีกกรณีหนึ่ง กรณีที่พี่สาวกะน้องชาย พี่ชายกะน้องสาว
นามสกุลเดียวกัน พิสูจน์ได้ จำเป็นต้องอยู่คนละที่
ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย ทั้งๆที่ค่าใช้จ่ายในกทม สูงมากอยู่แล้ว
ทางกระทรวงคิดว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร หรือว่าจะ
ปล่อยให้ประชาชนแก้ไขปัญหากันไปเอง?
เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะอนุญาติให้พี่น้องพ่อแม่เดียวกัน
อาศัยอยู่ด้วยกันได้ กฏต่างๆก็ต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยน
แปลงได้ตามสภาพสังคม
อยากถามทางกระทรวงสักนิดนึงว่า การที่เกิดปัญหา
ยาเสพติด เด็กมั่วสุม ปัญหาทางเพศ แน่ใจหรือว่ามาจาก
หอพัก ไม่ใช่ร้านเหล้าหรือสถานบริการใกล้สถานศึกษา
หรือ ที่มีผลยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เกิดการมั่วยากัน
หรือว่าเป็นเพราะครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่ไม่เข้าใจลูก
หรือว่าสภาพสังคมอ่อนแอ เกิดการส่งเสริมค่านิยมผิดๆ
จากสื่อบันเทิงทุกด้าน ช่วยวินิจฉัยอีกทีดีกว่ามั้ย
ว่าปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นจากสิ่งใดกันแน่
เวบบอร์ดหน้านี้พิมพ์กันมาหลายวันจนจะเป็นเดือนอยู่แล้ว
ก็ยังไม่เห็นมีข้อความใดๆตอบกลับจากทางกระทรวงเลย
แม้แต่น้อยนิด
หวังว่าถ้าเกิดบังคับใช้กันจริงๆโดยยังไม่มีการปรับปรุงกฏ
ให้เกิดความเป็นธรรมที่แท้จริงแล้วล่ะก็
เรื่องนี้คงต้องยื่นไปถึงศาลปกครองอย่างแน่นอน อย่างน้อยผู้ประกอบการหอพักทุกท่าน ที่เสียภาษีกันอยุ่ทุกปี
คงไม่ยอมให้มารังแก และยึดกิจการกันอย่างง่ายๆแน่นอน
เราคงต้องรวมตัวกันเพื่อฟ้องศาลปกครองเรียกร้องความ
เป็นธรรมสำหรับพวกเราเช่นกัน


คำตอบที่ 14     โดย ผู้รอคำตอบ 31 Dec 2007 124.120.162.137 แจ้งลบ  
ไม่ทราบว่าท่านผู้อำนวยการ สท. ได้อ่านกระทู้เหล่านี้บ้างหรือเปล่า ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไร ผู้ประกอบการเค้าเดือดร้อน ผมว่าผู้ประกอบการทุกท่านยินดีที่จะปฏิบัติตามกฏหมาย ถ้าหากกฏหมายนั้นสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ไม่มีใครเสียดายเงินค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนหรอก แต่จดแล้วจะให้ทำยังไงต่อ ก็ในเมื่อกฏมันไม่สามารถปฏิบัติได้ ท่านลองจินตนาการว่าท่านเป็นเจ้าของ แมนชั่น อพาร์ทเมนท์ คอนโด ที่ท่านเหมารวมว่าเป็นหอพักนักศึกษานั้น ดู ว่าท่านสามารถจะจัดการกับคำถามทั้งหมดนี้ได้อย่างไร รวมทั้งปัญหาอื่นๆอีกร้อยแปดที่จะตามมา สิ่งสำคัญที่สุดคือทำตามกฏแล้วผลประกอบการต้องดีขึ้น ทำอย่างไร ถ้าท่านมีแนวทางปฏิบัติแล้ว จัดทำเป็นคู่มือบริหารธุรกิจหอพักเลย แล้วการันตีเลยว่า หอจะมีผู้เข้าพักเต็ม หรือ 80-90 % ขึ้นไป ผมว่าทุกคนเอาแน่ แต่ถ้าไม่มีทางออก กฏย่อมเป็นกฏ ผมว่ามันจะเป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์กับผู้ประกอบการจากเจ้าหน้าที่ของรัฐไปอีก มันก็คงเหมือนกับกฏอื่นๆ เมื่อประชาชนปฏิบัติตามไม่ได้ แล้วไม่อยากเป็นเรื่องเป็นราว ก็จำใจที่จะต้องจ่าย คนรากหญ้าเค้าเจอสภาพนี้ทุกวัน


คำตอบที่ 15     โดย ผู้รอคำตอบ 2 Jan 2008 124.120.159.189 แจ้งลบ  
ตามที่คุณเจ้าของหอชักชวนในรวมตัวกัน ผมเห็นด้วย และคิดว่าเราต้องทำ ณ. วันนี้แล้ว เพราะมันหมดเขตตามประกาศไปแล้ว เราไม่รู้ท่านเจ้าหน้าที่จะมาเยี่ยมเราเมื่อไร ท่านอื่นๆ คิดว่าอย่างไร


คำตอบที่ 16     โดย น้ำฟ้า 26 Jan 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ขอแสดงความดิดเห็นด้วย เป็นเจ้าของกิจการห้องเช่าอยู่ เจ้าของกิจการก็ต้องการแบ่งชาย-หญิง แต่มีปํญหาผู้เข้าเช่าไม่เต็ม และหนี้สิ้นที่เรา***่มาสร้างอาคารใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ตอนนี้หากเราให้ผู้เช่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไป แน่นนอนพ่อ-แม่ ผู้ปกครองที่พี่น้องอาศัยอย฿ด้วยกันต้องมีภาระเพี่มขึ้น และห้องเช่าที่ว่ายากทราบว่าที่ผู้อำนวยการ สท.จะรับผิดชอบชดเชยให้ผ฿ประกอบการได้หรือไม่.. หากเราปฏิบัติตามพรบ.แล้วไม่มีผู้เช่าแล้วรัฐบาลชดเชยค่าเช่าให้เราก็ยินดีที่จะปฏิบัติ......เจ้าของห้องเช่าก็ต้องการทำมาหากินอย่างสงบสุข.....ขอให้ผูที่เกี่ยวข้องลองทบทวนพรบใหม่ให้สมเห็นสมผลด้วย.....อายุ 18 ปีสามารถใช้มิทธิ์ในการเลือกต้ง สามารถชี้ชะตาของบ้านเมืองได้ แต่พรบ.ห้องเช่าต้องอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เป็นเต่าไปหน่อยหรือ


คำตอบที่ 17     โดย นักศึกษา 31 Jan 2008 61.19.243.12 แจ้งลบ  
ผมเป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง ญาติพี่น้องในกรุงเทพก้อไม่มี
อายุก้อ18เองจะทำไง
บ้านก้ออยู่ไกล พ่อแม่ก้อแก่มากแล้วไม่สะดวกจะมากรุงเทพ
ผมคิดว่าออกกกฎหมายแบบนี้จะต้องมีปัญหาตามมาอีกมากมาย
จะต้องเกิดการประท้วงของนิสิตนักศึกษาและเจ้าของหอพักอย่างแน่นอน


คำตอบที่ 18     โดย นักศึกษา 31 Jan 2008 61.19.243.12 แจ้งลบ  
ผมเป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง ญาติพี่น้องในกรุงเทพก้อไม่มี
อายุก้อ18เองจะทำไง
บ้านก้ออยู่ไกล พ่อแม่ก้อแก่มากแล้วไม่สะดวกจะมากรุงเทพ
ผมคิดว่าออกกกฎหมายแบบนี้จะต้องมีปัญหาตามมาอีกมากมาย
จะต้องเกิดการประท้วงของนิสิตนักศึกษาและเจ้าของหอพักอย่างแน่นอน


คำตอบที่ 19     โดย นักศึกษา(หรือนักโทษกันแน่่) 6 Feb 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
พี่น้องนักศึกษาทุกคนไปอยู่ไหนหมดเราจะไม่มีที่อยู่กันอยู่แล้ว ลองคิดดูสิครับถ้าจะเอาจริงๆเราจะไปหาหอที่ไหนอยู่จำได้ว่าตอนแรกที่ผมมาเรียนก็เดินหาหอชายเหมือนกันแต่ว่าก็ไม่มีเลย ก็เลยมาอยู่อพาร์ทเมนท์
ขอร้องไปถึงท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายขอจงได้เห็นใจเด็กต่างจังหวัดกันบ้างหรือจะให้เราไปอยู่ตามใต้สะพานล่ะถ้าท่านว่างงานจริงก็ไปแก้ไขปัญหาอื่นดีกว่าอย่าให้นักเรียนนักศึกษาที่ทำตัวไม่ดีเพียงส่วนน้อยมาทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนเลยครับและอีกอย่างมันจะแก้ปัญหาได้จริงเหรอ
หากจะมั่วมันก็ทำที่ไหนก็ได้ ท่านเอาอะไรคิดสมองหรือว่าส้นเท้าจะบังคับใช้กฎหมายที่เขียนตั้งแต่เมื่อ50ปีที่แล้ว(ผมก็สงสัยว่าทำไมแต่พอมาดู ถึงบางอ้อ ก็มันตระ***ลปฏิวัติเหมือนกันนี้หว่าเลยติดนิสัยบังคับเหมือนกัน ไอ้
หัวด_อ จะให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างอารยประเทศ
แต่ยังบังคับและยึดสิทธิอิสระภาพของประชาชน อะไรดีไม่ดีคิดว่าคนอื่นเข้าไม่รู้หรือไง)
สุดท้ายขอเรียกร้องผู้ที่เดือดร้อนผู้ที่ถูกริดรอนสิทธิทั้งหลายออกมาเถอะครับมันถึงเวลาแสดงพลังประชาชนแล้วครับ


คำตอบที่ 20     โดย พรบ=เพียบเลยเรื่องบ้าๆ 6 Feb 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
สะใจโว้ย

ประชุมกันยังไง ยกมือเอา กม.เพราะรีบกลับบ้านหรือป่าว

คนไม่โดนไม่รู้หลอก ขอบอกๆ


คำตอบที่ 21     โดย ผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง 15 Feb 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ผมคิดว่าถ้าพรบ, หอพักบังคับใช้จริง จะทำให้ ผู้ประกอบการ ห้องเช่า อพาร์เมนท์ ล้มละลายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพวกที่อยู่ใกล้สถานศึกษา ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเยาวชนนักศึกษาได้ ถ้าคิดจะมั่วกันยังไงพวกนักศึกษาก็สามารถย้ายไปหาเช่าที่อื่นได้ ไกลหน่อยเจ้าหน้าที่ก็ไม่ไปตรวจแล้วเพราะไม่ได้ผลงาน ถามจริงๆ ห้องเช่า บ้านเช่า อพาร์ทเม้นท์ คอนโด มีอยู่เกลื่อนเมือง ท่านเจ้าหน้าที่กระทรวงพม, จะไปตรวจได้ทั้งหมดหรือ ผมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการต้องรวมตัวกันสู้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม อยากให้ทางกระทรวงพม,เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่สร้างสรรจะดีกว่า เรื่องห้องเช่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างแท้จริง


คำตอบที่ 22     โดย ไม่ระบุ 20 Feb 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

............... เหตุผลก็เหมือนๆกับกระทู้อื่นๆ
ปัญหามากมายจะตามมาทีหลังได้นะคับ

ผมอยู่อพาตเมนท์ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั้งเล่น

อยู่กับเพื่อนผู้หญิงอีก 2 คน ส่วนผมก็อยู่กับเพื่อนผู้ชาย

แยกกันอยู่คนละห้อง

(ที่มหาลัยก็อยู่ห้องเดียวกันก็เลยหาหอพักที่ดีๆ และถูก
ก็เลยได้อพาตเมนท์นี้มาโดยหาร 4 คน เลยได้ค่าเช่าที่ถูกลง)

แต่หากแยกชายหญิงแล้ว (ทางหอเลือกจะเป็นหอหญิง)

เพื่อนผม 2 คนต้องรับผิดชอบค่าหอเต็มๆคำละ 3500

งี้จะไหวเหรอคับ ค่าหอผมตอนนี้ 7000

แล้วไหนต้องไปหาหอพักใหม่อีก ทำเรื่องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าอีก


มันทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างมาก




ทำไมไม่ลองถามความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยก่อน
อยู่ๆจะมาเปลี่ยนมัน สุดๆ ไปเลย


คำตอบที่ 23     โดย 001 23 Feb 2008 61.19.243.12 แจ้งลบ  
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับอพาร์ทเม้นท์ลุงผมพึ่งเปิดมาได้จะครบ 1 ปี ผมดูแลให้อยู่ก็พอจะรู้และเจอปัญหาหลายๆๆอย่างมาพอควร เอาแบบคร่าวๆดังนี้
1. ลูกค้าที่มาพักไม่ว่าจะนักศึกษาหรือคนทำงานแล้ว ส่วนใหญ่เมากลับมาจาก สถานบันเทิง ข้างนอก หากมีการเสียงดังหรือกลับมามั่วสุมกันรบกวนผู้พักคนอื่นทางเราก็จัดการตักเตือนหรือไม่ก็เชิญออก
2. ลูกค้าที่เป็นนักศึกษาไม่หาห้องพักที่ไกลจากที่เรียนหรือที่ทำงาน(กรณีที่บางคนทำงาน+เรียนไปด้วย)กันหรอกครับเพราะมันเปลืองค่าใช้จ่ายหลายๆๆด้าน
แค่ 2 ข้อนี้ท่าน สท เห็นหรือยังครับว่าปัญหามันเกิดที่จุดไหนบ้าง มีไหมครับที่มันมาจากอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักโดยตรง จากปัญหาข้อแรก เค้าไม่มาสังสรรค์กันในหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์หรอกครับเพราะแต่ละที่เขามีกฏระเบียบบังคับใช้อยู่แล้วว่าห้ามมีการสังสรรค์ในสถานที่พัก คนเขาเลยไปสังสรรค์จากข้างนอกมา แล้วทำไมท่านไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุล่ะครับ หรือเกรงอะไรหรือเปล่า ตามรอบๆๆมหาลัยน่ะเคยไปควบคุมตรวจสอบไหมร้านเหล้าเกลื่อนเลยครับไปสิจัดการตรงนั้นก่อนดีไหม
จากข้อ 2 แน่นอนปัญหามันไม่ใช่จะกระทบลูกค้าหรือเจ้าของหอพักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นมันโดนเต็มๆทั้ง 2 ฝ่ายเลยครับเห็นชัดๆก็คือกรณีนักศึกษาเรื่องค่าใช้จ่าย ใครเขาจะไปอยู่ไกลแล้วเสียเวลาเดินทางมาเรียนล่ะครับ ไหนจะค่ารถมาเรียนอีกล่ะไม่ได้นั่งต่อเดียวถึงมหาลัยเหมือนลูกคนรวยนี่ เค้าก็ต้องเลือกหาหอพักที่มันใกล้ๆๆมหาลัยสิคุณคิดกันบ้างหรือเปล่า แล้ว 1 มหาลัย มีนักศึกษาเป็นพันเป็นหมื่นร้อยละ 80% ขึ้นอยู่หอพักทั้งนั้นแล้วมันจะแย่งกันอยู่ไหมล่ะถ้าคิดไปแยกเป็นหอ ญ หรือ หอ ช หรือคุณว่าไงจะอ้างว่าแล้วหอที่เค้าทำเป็นหอ ญ หรือ ช มาก่อนยังทำได้ แล้วคุณคิดไหมว่าคนที่มาทำทีหลังมันจะมีผลกระทบอะไรบ้างตามมาขอความกรุณาอย่าสักแต่ว่าทำๆๆๆแล้วมาตามแก้ปัญหาใหม่ทีหลัง อพาร์ทเม้นท์หรือ หอพักน่ะเขามีกฏควบคุมอยู่แล้วทำไมคุณไม่ไปหาต้นเหตุที่มันน่าจะเป็นตัวการที่ชัดเจนกว่านี้ให้เจอแล้วจัดการล่ะ มาไล่ตามเสี้ยวของปัญหาที่เขาก็มีคนดูแลควบคุมอยู่ทำไมเสียเวลาเปล่าๆล้างระบบกันมั่งนะ คิดให้ถ้วนๆ
ขอแสดงความนับถือ


คำตอบที่ 24     โดย เพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการเพื่อใคร 4 Mar 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ผุ้ประกอบการหอพักทุกท่าน ทราบหรือไม่ว่าขณะนี้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์(พม) เจ้าภาพในการบังคับใช้พระราชบัญญัติหอพัก 2507 ที่ผู้ประกอบการทุกท่านได้รับผลกระทบอยู่ นอกจากจะไม่เห็นใจผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องแล้ว ยังได้แก้ไขพระราชบัญญัติหอพักใหม่ อ้างว่าพรบ.เดิมล้าสมัย โดยเพิ่มบทลงโทษ จากเดิมจำคุก 6 เดือน ปรับ 2000 บาท เปลี่ยนเป็น จำคุก 1 ปี ปรัย 100000 บาท
ส่วนด้านสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ ท่านใช้คำว่า .....อาจจะได้รับการลดหย่อนภาษี.........โดยไม่มีการกำหนดชัดเจนพูดลอยๆ........ขณะที่บทลงโดทษกำหนดชัดเจน อย่างนี้แฟร์ไหม........ทุกท่าน.....เลิกขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่รัฐได้แล้ว


คำตอบที่ 25     โดย ไพบูลย์ 25 Mar 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ขอถามหน่อยเถอะว่า ผู้ประกอบการท่านไหนอยากเลือกหอชาย คงไม่มี เพราะปัญหาเยอะ กินเหล้า เสียงดัง มั่วสุม ฯลฯ ผมว่าการเป็นหอชายอย่างเดียวจะมีปัญหาสังคมตามมามาก ทั้งปัญหามั่วสุม ยาเสพติด ฯลฯ ผมก็เป็นผู้ประกอบการ หอที่มีชาย+หญิง หรือหญิงล้วน มีปัญหาน้อยกว่าเยอะ ที่ให้แยกชาย หญิง แก้ได้อย่างเดียวคือเพศสัมพันธ์ แต่ถามหน่อยเถอะครับ คุณห้ามได้หรือ คุณยังมีการแจกถุงยางให้นักเรียน นักศึกษาเลย เอาไปเป่าลูกโป่งหรือครับ จะห้าม หรืออะไรกันแน่ ผมว่าเราไม่ยอมรับความจริงกันมากกว่า


คำตอบที่ 26     โดย ไพบูลย์ 25 Mar 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ขอถามหน่อยเถอะว่า ผู้ประกอบการท่านไหนอยากเลือกหอชาย คงไม่มี เพราะปัญหาเยอะ กินเหล้า เสียงดัง มั่วสุม ฯลฯ ผมว่าการเป็นหอชายอย่างเดียวจะมีปัญหาสังคมตามมามาก ทั้งปัญหามั่วสุม ยาเสพติด ฯลฯ ผมก็เป็นผู้ประกอบการ หอที่มีชาย+หญิง หรือหญิงล้วน มีปัญหาน้อยกว่าเยอะ ที่ให้แยกชาย หญิง แก้ได้อย่างเดียวคือเพศสัมพันธ์ แต่ถามหน่อยเถอะครับ คุณห้ามได้หรือ คุณยังมีการแจกถุงยางให้นักเรียน นักศึกษาเลย เอาไปเป่าลูกโป่งหรือครับ จะห้าม หรืออะไรกันแน่ ผมว่าเราไม่ยอมรับความจริงกันมากกว่า


คำตอบที่ 27     โดย นักศึกษา 10 May 2008 61.19.243.11 แจ้งลบ  
ตอนนี้เดือดร้อนกันใหญ่แล้ว บ้าอำนาจกันเข้าไป แบบนี้ประเทศถึงไม่เจริญ เบญจเพศถึงจะเรียกว่าบรรลุนิติภาวะ ถ้างั้น 10 ขวบค่อยเรียนอนุบาลดีมั้ย 25 ขวบค่อยไปเลือกตั้ง แยกมหาวิทยาลัยเป็นชายล้วน หญิงล้วนดีมั้ย แบ่งเขตประเทศเลยดีกว่าหญิงฝั่งซ้าย ชายฝั่งขวา แล้วยี่สิบห้าขวบค่อยปล่อยมาเจอกัน น่าจะแก้ปัญหาที่ท่านต้องการได้นะ


คำตอบที่ 28     โดย ผู้เดือดร้อน 19 May 2008 61.19.243.12 แจ้งลบ  
ผมก้อคนหนึ่งมี่เจอปัญหานี้ เคยลองไปขอข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก้อไม่มีข้อมูลให้ ทั้งที่จังหวัดนครราชสีมาก็เป็นจังหวัดใหญ่ แต่กลับไม่มีข้อมูลให้ แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมเลยต้องมาหาในInternet แล้วพอลองถามว่า นักเรียนพักกับพ่อหรือแม่ได้หรือไม่( พ่อทำงานพักกับลูกสาว ) กลับได้คำตอบว่า มันสมควรหรือไม่ แล้วอพาร์ทเมนต์คุณมีนักเรียน นักศึกษาเกิน 5คนหรือป่าวละ ถ้าเกินก้อต้องแจ้งเป็นหอพักหญิงหรือชาย ตอนนี้เดือดร้อนใครละ ขอตอบได้เลยนะ พ่อแม่นักเรียนไงละหาหอพักให้ลูกๆๆกันไม่ได้เพราะว่าเต็มแล้ว แล้วตอนนี้เจ้าของกิจการก้อเดือดร้อนกันไปด้วยเพราะผมได้ปฎิเสธนักเรียนนักศึกษาไปแล้วประมาณ10 กว่าห้อง และพ่อแม่ผู้ปกครองก็บอกว่าแย่จิงๆๆหอพักหญิงเต็มหมดแล้วจะทำไงดี แล้วผลที่ตามมาก้อคือบรรดาบ้านเช่าได้ผลประโยชน์ เพราะในเมื่อหาที่พักไม่ได้ก้อเช้าบ้านอยู่กันเป็นคู่ๆๆไปเลย แล้วอย่างนี้จะไม่มั่วกันยิ่งกว่าปัจจุบันเหรอครับ แล้วผมมีข้อสงสัยอีกอย่างอยากจะถามหน่อยนะครับ ว่าหอพักหญิง-ชาย จะสามารถรับคนทำงานเข้าพักได้หรือไม่ ถ้าได้ผู้ประกอบกิจการอพาร์ทเมนเตรียมตัวเปิดกิจการได้เลย เพราะว่าปัจจุบันนี้คนเช่ามีน้อยเหลือเกิน(ถ้าอยู่ต่างจังหวัด)


คำตอบที่ 29     โดย ผู้ประกอบการใหม่ 6 Dec 2008 124.121.77.188 แจ้งลบ  
mcpe5_praw@yahoo.com อีเมลผมครับ
ผมก็เป็นเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ครับ 41 ห้องพัก มีปัญหาเช่นเดียวกับทุกท่าน ผมว่าเราควรรวมตัวกันครับต่อต้านการบังคับใช้กฏหมายที่ไม่มีความรอบคอบแบบนี้ ซึ่งดูเหมือนจะมีความพยายามบังคับใช้มากเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือไม่

ผมเป็นผู้ประกอบการใหม่ ทุกวันนี้ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่เลย ถ้าผมโดนตรวจและทำให้ขาดรายได้จนไม่มีเงินส่งธนาคาร ผมไม่ยอมแน่


คำตอบที่ 30     โดย วรางรัตน์ 4 Jan 2009 117.47.131.249 แจ้งลบ  
กรณ๊ที่ค้างจ่ายค่าหอพัก10วันเจ้าของห้องไล่ออกโดยไม่แจ้งให้ทราบ เนื่องจากได้มีการตกลงแล้วว่าจะจ่ายค่าห้องทุกวันที่14 1000บาทและ24 800 บาท แต่วันที่ 24 ไม่มีเงินจ่ายเจ้าของห้องจึงติดป้ายห้องว่างให้เช่าและมีคนมาติดต่อเช่าบ้านและรับมัดจำค่าบ้านด้วย ทั้งที่ แต่ดิฉันไม่เคยคิดที่จะออก และพยายามหาเงินมาจ่ายภายในเดือนหน้า เนื่องจากดิฉันเป็นนักศึกษาเลยไม่สามารถจ่ายเงินได้ครบตามกำหนดคะ ช่วยตอบให้ดิฉันทีนะคะ


คำตอบที่ 31     โดย ผู้ขอ คำปรึกษาโดย ด่วน ! 7 Oct 2010 124.121.196.26 แจ้งลบ  
กรณี ที่ผมเจอ คือว่า เจ้าของหอพัก เก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ ไม่ยอมบอกจำนวนหน่วยของค่าน้ำ-ค่าไฟ ว่าเดือนนี้เราใช้ไปกี่หน่วย มีแต่ บอกจำนวน เงิน เดือนแรกก็ยังน้อยๆ อยู่ แต่หลายเดือนต่อมานับวันยิ่งมากขึ้นเลื่อยๆ เพื่อนที่อยู่ด้วยกันในหอพักก็โดนอย่างนี้ด้วยกันหมด ก็เลยอยากถามว่า อย่างนี้ มีความผิดตามกฏหมายไหม !


คำตอบที่ 32     โดย ผู้ขอ คำปรึกษาโดย ด่วน ! 7 Oct 2010 124.121.196.26 แจ้งลบ  
กรณี ที่ผมเจอ คือว่า เจ้าของหอพัก เก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ ไม่ยอมบอกจำนวนหน่วยของค่าน้ำ-ค่าไฟ ว่าเดือนนี้เราใช้ไปกี่หน่วย มีแต่ บอกจำนวน เงิน เดือนแรกก็ยังน้อยๆ อยู่ แต่หลายเดือนต่อมานับวันยิ่งมากขึ้นเลื่อยๆ เพื่อนที่อยู่ด้วยกันในหอพักก็โดนอย่างนี้ด้วยกันหมด ก็เลยอยากถามว่า อย่างนี้ มีความผิดตามกฏหมายไหม !


คำตอบที่ 33     โดย ผู้ขอ คำปรึกษาโดย ด่วน ! 7 Oct 2010 124.121.196.26 แจ้งลบ  
กรณี ที่ผมเจอ คือว่า เจ้าของหอพัก เก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ ไม่ยอมบอกจำนวนหน่วยของค่าน้ำ-ค่าไฟ ว่าเดือนนี้เราใช้ไปกี่หน่วย มีแต่ บอกจำนวน เงิน เดือนแรกก็ยังน้อยๆ อยู่ แต่หลายเดือนต่อมานับวันยิ่งมากขึ้นเลื่อยๆ เพื่อนที่อยู่ด้วยกันในหอพักก็โดนอย่างนี้ด้วยกันหมด ก็เลยอยากถามว่า อย่างนี้ มีความผิดตามกฏหมายไหม !


ตอบกระทู้
ข้อความ  
 
 
ชื่อ - นามสกุล  
E - Mail  
Anti-Spam  
กรุณากรอกตัวเลขให้ตรงกับตัวเลขในรูปภาพ